Skip to content

CONSUMER TRENDs 2021 แนวโน้มผู้บริโภควันนี้ : รู้ไว้จะได้ทำอะไรไม่ตกเทรนด์ – Trend # 3

กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ จากสภาพบีบรัดทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภาวะโรคระบาดทำให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ บางคนกำลีงมองว่าจะรอดจากภาวะนี้ได้อย่างไร เทรนด์เป็นเรื่องนึงที่ทำให้เรามีไกด์นำทางว่าอะไรน่าทำ อะไรไม่น่าทำ อย่างไรก็ตามเทรนด์ก็จะมีหลายเรื่องบางเรื่องอาจจะเกี่ยวกับเรา แต่บางเรื่องก็ไม่ แนวโน้มผู้บริโภค – Consumer Trends ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราควรจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้บริโภควันนี้

“สิ่งที่น่าอัศจรรย์จะเกิดขึ้นคุณจะฟังผู้บริโภค” Amazing things will happen will you listen to the consumers. – Jonathan Midenhall – CMO Airbnb

ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องแนวโน้มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในวันนี้ ก็จะทำให้เราเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น เห็นช่องทางที่จะเข้าไปทำธุรกิจให้จับใจผู้บริโภคได้ดีขึ้น

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า แนวโน้มผู้บริโภค – Consumer Trends คืออะไร

พฤติกรรมใหม่ ทัศนคติหรือความคิดเห็นใหม่ ความคาดหวังใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างพื้นฐาน หรือกระทบแนวโน้มของผู้บริโภคได้ จากสถานการณ์ปีทีผ่านมาจนล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ผลกระทบที่เด่นชัดสุดที่นักวิจัยตลาดคาดการณ์ว่าพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นระหว่างการระบาดของไวรัสโคโรนาจะยังคงอยู่ คือ เราเหมือนจะพูดน้อยลง  และด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายในโลกตอนนี้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

9 แนวโน้มผู้บริโภคที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์วันนี้

1. เมื่อการไลฟ์ รวมเข้ากับการช้อปปิ้ง Livestreaming + Shopping = Shopstreaming

จากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดวันนี้ การไลฟ์สรีม (Livestreaming) เพื่อขายสินค้ามาถึงจุดที่เรียกว่า เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเสนอขายของวันนี้

Viya หรือ Huang Wei คือ นัก Shopstreaming ชาวจีนที่ประสบความสำเร็จวันนี้ สิ่งที่น่าสนใจของนัก Shopstreaming สาวคนนี้คือ เธอมีผู้ชมสูงเป็นประวัติการณ์มากกว่า 37 ล้านคนมากกว่าตอนจบของ “Game of Thrones” หรือรางวัลออสการ์ แถมสร้างยอดขายในวันคนโสดจีน 11.11 ในปีที่ผ่านมาได้สูงถึง 3 พันล้านหยวนหรือประมาณ 13,000 ล้านบาท จนมีผู้ขนานนามเธอว่าเป็น “ผู้ที่สามารถขายได้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก”

เธอยังมีฉายาในหมู่แฟนคลับว่า “Dora-Viya” คำนี้มีที่มาจาก Doraemon บวกกับชื่อของเธอ เพราะต้องการสื่อว่าเธอมีสินค้า/สิ่งของทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ประหนึ่งโดราเอม่อนที่มีกระเป๋าวิเศษ เพราะ Viya ขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องสำอางค์เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงออด แต่เธอยังขายรถยนต์บ้านและจรวดอีกด้วย การไลฟ์สดของเธอเป็นการผสมผสานระหว่างเทรนด์เทคโนโลยีหลายอย่างที่มีในปัจจุบัน

2. ปลูกผักของเราเอง Growing our own vegetables

จากสังคมเมืองที่ขยายตัวขึ้น แนวโน้มการรักสุขภาพที่มากขึ้น รวมทั้งปัญหาของโรคระบาดในวันนี้ ทำให้แนวโน้มการทำฟาร์มในเมืองหรือการทำฟาร์มแนวตั้งกำลังเพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ช่วยให้ผู้คนหันมาใช้เครื่องมือเกษตรกรในเมืองเพื่อช่วยให้พวกเขาปลูกผลผลิตได้มากขึ้นโดยใช้พื้นที่น้อยลง

ทำให้เกิดการทำฟาร์มในเมืองให้มีความยั่งยืนและสะอาด เกษตรกรในเมืองปลูกผักของตนเองในพื้นที่ในร่มที่ปราศจากยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีกำจัดวัชพืช มีทั้งที่ปลูกเพื่อใช้ในครอบครัว และแบ่งขาย

Agricool “Local, healthy, sustainable” บริษัท start-up ที่ฝรั่งเศษ – โดยทำเกษตรในเมืองในรูปสวนแนวตั้ง (vertical garden) ปลูกผักและสตรอเบอร์รี่ในตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนที่จะขายผลผลิตในร้านค้าภายในระยะ 15 กม. โดยสินค้าหลักคือ สตรอเบอร์รี่ ที่ปลูกโดยใช้น้ำน้อยกว่าปกติถึง 90% ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง แถมได้ปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้น 20% และให้วิตามิน C มากขึ้น 30% เมื่อเทียบกับสตรอเบอร์รี่ที่วางขายใน supermarket

3. การพบแพทย์ตอนนี้กำลังก้าวสู่ระบบดิจิทัล Seeing the doctor is now going digital

ทุกวันนี้โลกยังคงต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อเราทุกคน โลกดิจิทัลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจในที่นี้รวมถึง “การดูแลสุขภาพ”

เพราะเกิดวัฒนธรรมใหม่ในการเว้นระยะห่าง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการไปที่สาธารณะ ซึ่งเป็นมาตรการในการต่อสู้กับการแพร่ระบาด ทำให้ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพนำโซลูชันด้านดิจิทัลมาใช้ : แพทย์ให้คำปรึกษาตรวจสอบและรักษาผู้ป่วยทางออนไลน์

Vocalis Health เป็น Start up ที่ใช้เสียงในการตรวจสอบสุขภาพ ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของบริษัท ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถคัดกรองและเฝ้าติดตามผู้ป่วยที่มีโรคที่ส่งผลต่อเสียงหลายชนิด รวมถึงโรคทางเดินหายใจเรื้อรังหรือโรคหัวใจหรือภาวะซึมเศร้า

Tele-ICU เป็นศูนย์ติดตามผู้ป่วยระยะไกลแบบรวมศูนย์ ซึ่งช่วยให้แพทย์นอกสถานที่สามารถโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ข้างเตียงเพื่อปรึกษาเรื่องการดูแลผู้ป่วย

มันทำงานโดยการใช้การประชุม A/V และสตรีมข้อมูลแบบเรียลไทม์ของข้อมูลผู้ป่วยจากอินเทอร์เฟซที่หลากหลาย แพทย์ที่ทำงานจากศูนย์ดูแลในนิวยอร์กซิตี้ สามารถดูแลผู้ป่วยในซีแอตเทิลได้อย่างรวดเร็ว ทั้งกลางวันและกลางคืน และผู้ป่วยประหยัดเวลาไม่เสี่ยงต่อการติดโรคระบาด รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

4. บ้านที่ถูกออกแบบที่ดีสำหรับตัวเรา Design a home that is good for you

เริ่มมีการพบว่าที่อยู่อาศัยสามารถสร้างปัญหากับผู้อยู่ได้ เช่น การระบายอากาศที่ไม่เพียงพอ ฝุ่นผงที่มาจากใยแก้ว สารปนเปื้อนทางชีวภาพ เสียงจากการจราจร แสงสว่างที่ไม่ดี เชื้อรา ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ที่อยู่อาศัยอาจจะยังไม่สนใจมากนัก แต่จากภาวะโรคระบาดที่เกิดขึ้นทำให้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ผู้คนจึงใส่ใจกับความเป็นอยู่ของตนเองมากยิ่งขึ้น

ในปี 1990 ได้มีมาตรฐานใหม่ของการก่อสร้างได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมเช่นมาตรฐาน BREEAM และ LEED

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการนำมาตรฐานใหม่มาใช้นั่นคือ WELL Building Standard – เทรนด์มาตรฐานอาคารใหม่ที่เป็นห่วงสุขภาพของผู้อาศัยอย่างแท้จริง อีกหนึ่งมาตรฐานระดับสากล เทรนด์ของอาคารยุคใหม่ที่จะยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ ให้หันมาใส่ใจสุขภาพของผู้ใช้อาคารกันอย่างจริงจัง

7 มาตรฐานเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัยของ WELL Building Standard  cr. Thinkofliving

  1. อากาศ (Air) ที่อยู่อาศัยหรืออาคาร ต้องมีอากาศที่บริสุทธิ์ ไม่มีฝุ่น PM2.5 และคาร์บอนไดออกไซด์
  2. น้ำ (Water) น้ำที่ใช้ต้องมีคุณภาพสะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารเจือปน
  3. สาธารณูปโภค (Nourishment) การมีอาหารที่สดใหม่ มีการปรุงอย่างถูกสุขลักษณะ และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  4. แสง (Light) มีการออกแบบแสงสีภายในห้องที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการนอนหลับและการพักผ่อนที่มีคุณภาพ
  5. การออกกำลังกาย (Fitness) มีพื้นที่ หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวสม่ำเสมอและเพียงพอต่อความต้องการ
  6. สภาพแวดล้อม (Comfort) การมีสภาพแวดล้อมที่ดี เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวน
  7. จิตใจ (Mind) เป็นสถานที่ทำให้เกิดความผ่อนคลายสบายใจ อาจใกล้ชิดธรรมชาติหรือทำให้มีบรรยากาศที่ร่มรื่น

5. ความพิเศษคือการที่คนสื่อสารกับคน The premiumization of human contact

เพราะวันนี้การใช้เทคโนโลยีแพร่กระจายไปเกือบทุกด้านในชีวิตประจำวันของเรา สมาร์ทโฟนที่เราทุกคนมีอยู่ในกระเป๋าตอบสนองความต้องการของเราได้หลายอย่าง ตั้งแต่การสื่อสารการสั่งอาหารเสื้อผ้าการเดินทางไป จนถึงการนัดหมายการนัดหมายกับแพทย์ หรือโค้ชของเรา และการสอบหรือเพื่อความบันเทิง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Voice Assistant – คำสั่งเสียง ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าจะรวมอยู่ในสมาร์ทโฟนของเราหรือแบบสแตนด์อโลน เช่น Alexa ของ Amazon สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค (การช้อปปิ้งด้วยเสียง) ซึ่งก่อให้เกิดการค้ารูปแบบใหม่นั่นคือ voice commerce

62% ของผู้ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียง (voice-activated speaker) เป็นประจำกล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อบางอย่างผ่านวิธีการสั่งงานด้วยเสียงอีกในเดือนหน้า และ 44% บอกว่าพวกเขาสั่งซื้อสินค้า (ของชำ หรือของใช้ในบ้าน ฯลฯ ) อย่างน้อยหนึ่งครั้งติ่สัปดาห์

การใช้เทคโนโลยีสะดวก และช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เป็นสิ่งที่เราปรารถนาและในที่สุดก็ต้องรักษาสุขภาพจิตให้สมดุล

วันนี้เราพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกกล่าวว่าพวกเขาเชื่อมต่อออนไลน์อยู่ตลอดเวลา นั่นคือสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพการนอนหลับ และความสัมพันธ์ เนื่องจากเรามีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลและซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ไม่ว่าจะรายได้น้อยหรือรายได้สูงเหมือนกัน มีการพบว่า คนที่มีระดับรายได้สูงยังเกี่ยวข้องกับความชอบในการบริการลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ 52% ของผู้มีรายได้สูงกล่าวว่าโดยทั่วไปแล้วพวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจแบบตัวต่อตัวเทียบกับ 42% ของผู้มีรายได้ปานกลางและ 41% ของผู้มีรายได้ปานกลาง จึงเป็นที่มาของแบรนด์นำเสนอการบริการลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ เป็นบริการระดับพรีเมียม ถึงแม้ว่าการพูดคุยกับแชทบอทมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการพูดคุยกับตัวแทนที่เป็นมนุษย์

6. การเคลื่อนไหวของสื่อที่อยู่นอกบ้าน Digital OOH for consumers in motion goes underground

ปัจจุบันนี้พบว่า 48% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบล็อกโฆษณาแบรนด์ต่างๆ รวมทั้งผู้ที่มีรายได้สูงก็ไม่สนใจสื่อโฆษณาออน์ไลน์ ดูเหมือนว่า การโฆษณานอกบ้านหรือ OOH อาจเป็นวิธีการหนึ่งในทางแก้ปัญหานี้ได้

Out-of-Home คือสื่อที่อยู่นอกบ้านทุกชนิด ไม่ใช่แค่อยู่ outdoor หรือป้ายโฆษณากลางแจ้ง ยกตัวอย่างเช่น โฆษณาที่อยู่ในลิฟต์, ป้ายโฆษณาในสนามบิน ก็นับเป็นสื่อนอกบ้าน

เพราะความเปลี่ยนแปลงของสื่อนอกบ้าน คือ การผนวกเอา technology และ devices เข้ามาทำให้สื่อนอกบ้านน่าสนใจมากขึ้น

ในอังกฤษ OOH ที่เป็นวิดีโอสามารถเข้าถึงผู้คนมากกว่า 32.5 ล้านคนในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากร และการเข้าถึงการแพร่ภาพซึ่งในอดีตมีเพียงทีวีเท่านั้นที่สามารถนำเสนอได้

56% ของผู้ที่เดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถไฟใต้ดินกล่าวว่าพวกเขาจำโฆษณาบิลบอร์ดในสัปดาห์ที่แล้วได้ซึ่งสูงกว่าจำนวนรถไฟ (44%) และนักเดินทางด้วยรถบัส (47%) ที่กล่าวว่า เหมือนกัน.

35% ของนักเดินทางโดยรถไฟใต้ดินกล่าวว่า พวกเขาค้นหาบางสิ่งและทำการซื้อในภายหลังหลังจากเห็นโฆษณาบิลบอร์ดในสัปดาห์ที่แล้ว

7. วันนี้สั่งอาหารผ่านรถก็ได้ The commuting consumer “Car, order three chicken wings, a pound of cheese and one milk bottle!”

วันนี้คำสั่งเสียง – voice assistants เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะที่บ้าน หรือที่สมาร์ทโฟน ไม่เพียงเท่านั้น วันนี้เราสามารถสั่งอาหารเย็นโดยใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียงในรถ วันนี้รถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อตัวช่วยคำสั่งเเสียงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

BMW ได้รวม Alexa ของ Amazon เข้ากับรถยนต์ของพวกเขา และ Visa ให้บริการ Visa Token Service ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลในรถยนต์ซึ่งช่วยให้การชำระเงินเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย

8. วันที่ต้องมีจุดยืนที่เด่นชัด ‘Cancel culture’ or ‘call-out culture’

Mintel พบว่า แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในสังคมที่เรียกร้องความหลากหลายในโลกธุรกิจ และเรียกว่า “call-out-culture” นั่นก็คือ ผู้บริโภคต้องการให้ บริษัท และแบรนด์ยืนหยัดเพื่อบางสิ่งบางอย่าง

ในปี 2018 พนักงาน Google 20,000 คนเดินออกจากงานเพื่อประท้วงการจัดการข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศของ บริษัท ทำให้เกิดการเปลี่ยนคนงานด้านเทคโนโลยีให้เป็นนักเคลื่อนไหว

สำหรับบางแบรนด์การเปลี่ยนแปลงมาจากการที่พนักงานกดดันฝ่ายบริหารไม่ใช่ในทางอื่น แบรนด์ต่างๆได้รับการกระตุ้นให้ปรับปรุงกฎ และข้อบังคับเพื่อให้พนักงานทุกคนมีความเท่าเทียม และโปร่งใส

Black Lives Movement ขยายไปทั่วโลกทำให้ผู้บริโภค คาดหวังว่าสถานที่ทำงานจะมีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น บางแบรนด์ถูกเรียกร้องให้เข้าร่วมการเคลื่อนไหว เพียงเพื่อทำเครื่องหมายในช่องอื่นหรือเพื่อไม่ให้ใครเห็น

9. ผู้บริโภคในฐานะเจ้าของข้อมูล Consumers as owners of their data

วันนี้เราจะพบว่า กฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของข้อมูลของตนมากยิ่งขึ้น และค่อยๆตระหนักว่าข้อมูลนั้นมีคุณค่าทางการค้า

ดังนั้นการจะได้ข้อมูลส่วนบุคคล อาจจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น

– รับค่าตอบแทนทางการเงินสำหรับข้อมูล

– ได้รับการบริการ หรือประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น

– สามารถแบ่งปันข้อมูลเฉพาะกับผู้ที่พวกเขาเชื่อถือ หรือไม่แบ่งปันข้อมูลกับบุคคลที่สามภายใต้เงื่อนไขใด ๆ

THE BOTTOM LINE

9 แนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่ในพฤติกรรมผู้บริโภค บางอย่างอาจจะพึ่งเริ่มในเมืองไทย บางอย่างอาจจะมีไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับธุรกิจของคุณได้ นั่นแหละเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตามมีคำกล่าวว่า “ตอนนี้โลกเต็มไปด้วยข้อมูล และเราสามารถมองเห็นผู้บริโภคได้หลายวิธีที่ชัดเจนขึ้น”

“The world is now awash in data and we can see consumers in a lot clearer ways.” – By Max Levchin, Co-founder of PayPal

ดังนั้นการเลือกใช้ข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ

ต้องการคำปรึกษา หรือมีคำถาม ติดต่อที่ Comment, Messenger หรือ E-mail : 527may27@gmail.com ได้เลยนะคะ

#527 #brandnode #marketing #research #SME #brand #branding #consultant #knowledge #rebrand #marketing #consumerinsight #แบรนด์ #วิจัย #การตลาด #การสร้างธุรกิจ

 Cr. www.brandminds.live

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *